News

เช็ค 5 พันล้านประหารคนจองหอง: เมื่อเศษขยะบ้านนอกถูกพนักงานแบงก์เหยียดหยาม

สู่การเบิกเนตรด้วยชื่อมหาเศรษฐีที่ทำให้ทั้งสาขาต้องคุกเข่าเงียบกริบ!

แอร์เย็นฉ่ำภายในธนาคารเอกชนระดับพรีเมียมใจกลางย่านสาทร พัดเอากลิ่นหอมของน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงลอยอวลไปทั่ว พื้นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีขัดมันจนสะท้อนเงาของเหล่าลูกค้าวีไอพีที่แต่งกายด้วยชุดแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า บรรยากาศเต็มไปด้วยความหรูหราและสูงส่ง จนกระทั่งประตูอัตโนมัติเปิดออก และการก้าวเข้ามาของ ‘ลุงดิน’ ได้ทำลายความสมบูรณ์แบบนั้นลงอย่างสิ้นเชิง

ลุงดิน ชายชราวัยหกสิบกว่าในชุดผ้าม่อฮ่อมสีซีดที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน กางเกงขาก๊วยเปื้อนคราบโคลนแห้งกรัง และรองเท้าแตะหูคีบที่สึกจนแทบจะติดพื้น เขาสวมหมวกสานใบเก่าและสะพายย่ามผ้าทอมือที่ดูมอซอ กลิ่นแดดและกลิ่นไอดินลอยคลุ้งออกมาจากตัวเขา ทันทีที่เท้าเปื้อนฝุ่นของลุงดินเหยียบลงบนพื้นหินอ่อน สายตาของทุกคนในธนาคารก็หันมามองเขาเป็นตาเดียว ไม่ใช่ด้วยความชื่นชม แต่เป็นความขยะแขยง

ลูกค้าไฮโซหลายคนยกมือขึ้นปิดจมูก บางคนขยับตัวหนีราวกับลุงดินเป็นพาหะนำโรค รปภ. ร่างใหญ่เตรียมจะเดินเข้ามาไล่ แต่ลุงดินเดินแกมวิ่งด้วยท่าทีซื่อๆ ตรงไปที่เคาน์เตอร์วีไอพีที่ว่างอยู่เสียก่อน

‘พลอย’ พนักงานต้อนรับสาวสวยที่แต่งหน้าจัดจ้านและสวมเครื่องแบบรัดรูป เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทันทีที่เธอเห็นสภาพของลุงดิน รอยยิ้มการค้าก็หุบลงทันที คิ้วที่กันมาอย่างดีขมวดเข้าหากัน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความดูถูกและเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง

“ลุง! เข้ามาทำไมที่นี่!” พลอยตวาดเสียงแข็ง มือของเธอกำลังบีบเจลแอลกอฮอล์ล้างมืออย่างแรง “ที่นี่ธนาคาร ไม่ใช่สถานสงเคราะห์! ถ้าจะมาขอทานหรือมาแลกเศษเหรียญ เชิญไปสาขาอื่น หรือไม่ก็ไปนั่งรอข้างถนนนู่น ที่นี่มีแต่ลูกค้าระดับพรีเมียม ลุงทำพื้นเค้าเปื้อนหมดแล้วเห็นไหม!”

ลุงดินยิ้มบางๆ อย่างถ่อมตัว เขาล้วงมือที่หยาบกร้านเข้าไปในย่ามเก่าๆ “เอ้อ… ลุงไม่ได้มาขอทานหรอกแม่หนู ลุงจะมาฝากเช็คน่ะ พอดีเพิ่งขายที่ดินในต่างจังหวัดมาได้ เลยอยากเอามาเข้าบัญชีไว้”

“ฝากเช็ค?” พลอยแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “สภาพอย่างลุงเนี่ยนะมีเช็ค? ขายที่ดินได้กี่หมื่นล่ะคะ? หลักพันหรือเปล่า? ฟังนะลุง เคาน์เตอร์นี้สำหรับลูกค้าวีไอพีที่มียอดฝากสิบล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น คนบ้านนอกซอมซ่ออย่างลุง ไปกดบัตรคิวตู้ธรรมดา แล้วรอไปอีกสามชั่วโมงนู่นแหละ ไป๊!”

“แต่ตู้ธรรมดาคิวมันยาวมากเลยนะแม่หนู ลุงแก่แล้ว ยืนรอไม่ไหวหรอก ช่วยลุงหน่อยเถอะนะ เช็คใบนี้มันก็สำคัญมากด้วย” ลุงดินพูดพลางดึงเศษกระดาษที่พับครึ่งออกมาจากย่าม

ในขณะนั้นเอง ‘เสี่ยต้น’ ลูกชายนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังในย่านนั้น ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของสาขา ก็เดินเข้ามายืนประกบข้างหลังลุงดิน เขาสวมนาฬิกาปาเต๊ะ ฟิลิปป์เรือนละหลายล้าน และมองลุงดินด้วยหางตา

“นี่น้องพลอย ปล่อยให้ ‘ขยะบ้านนอก’ แบบนี้เข้ามาเดินเพ่นพ่านในสาขาวีไอพีได้ยังไง” เสี่ยต้นพูดเสียงดังจงใจให้ทุกคนได้ยิน “กลิ่นโคลนสาบควายเหม็นจนฉันจะอ้วกอยู่แล้ว! รปภ. มัวทำอะไรอยู่ ลากตัวไอ้แก่นี่ออกไปสิ! หรือถ้ามันอยากได้เงินนัก…”

เสี่ยต้นล้วงกระเป๋าสตางค์ ดึงแบงก์ร้อยออกมาหนึ่งใบแล้วปาใส่หน้าลุงดินอย่างแรงจนเงินร่วงลงพื้น “เอ้า! เอาเศษเงินนี่ไปซื้อข้าวกินซะ แล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ อย่ามาเกะกะสายตาคนรวยเขาจะทำธุรกิจกัน!”

เสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากกลุ่มลูกค้าไฮโซ พลอยเองก็หัวเราะร่วน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสะใจ “เห็นไหมลุง เสี่ยต้นเขาสมเพชลุงขนาดไหน เก็บแบงก์ร้อยบนพื้นแล้วรีบออกไปเถอะค่ะ ก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจมาจับข้อหาก่อกวน!”

ลุงดินไม่ได้ก้มลงเก็บแบงก์ร้อยใบนั้น เขายังคงยืนหลังตรง แววตาที่เคยอ่อนโยนและถ่อมตนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ไม่อาจหยั่งถึง ชายชราวางเช็คที่พับครึ่งลงบนเคาน์เตอร์กระจก เลื่อนมันไปตรงหน้าพลอยอย่างใจเย็น

“ลุงบอกว่า… ลุงมาฝากเช็ค” เสียงของลุงดินไม่ได้สั่นเครืออีกต่อไป แต่มันหนักแน่นและทรงอำนาจจนพลอยชะงักไปชั่วครู่

“โอ๊ย! ดื้อด้านจริงๆ!” พลอยกระชากเช็คใบนั้นมาอย่างหงุดหงิดกะจะฉีกทิ้ง แต่เมื่อเธอคลี่เช็คใบนั้นออก สายตาของเธอก็ตวัดไปเห็นตัวเลขที่ถูกพิมพ์ไว้อย่างชัดเจนบนหน้าเช็คของธนาคารแห่งชาติ

5,000,000,000.00 บาท

พลอยเบิกตากว้าง ค้างไปประมาณสามวินาที ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นจนน้ำตาเล็ด “ฮ่าๆๆ! เสี่ยต้นคะ ดูนี่สิคะ! นังแก่บ้านนอกคนนี้มันเอาแบงก์กาโม่มาเล่นตลก! เช็คห้าพันล้านบาท! ฮ่าๆๆ ลุงประสาทหลอนไปแล้วใช่ไหม! ลุงคิดว่าธนาคารเราโง่จนดูไม่ออกหรือไงว่านี่มันของปลอม!”

เสี่ยต้นชะโงกหน้ามาดูแล้วก็ระเบิดหัวเราะตาม “ห้าพันล้าน! โธ่ไอ้แก่! แกขายที่ดินบนดาวอังคารมาหรือไงฮะ ถึงได้มีเช็คห้าพันล้าน! สภาพอย่างแก แค่ห้าพันบาทกูว่ายังไม่มีปัญญาหาเลย! รปภ.! ลากตัวไอ้คนบ้าลวงโลกคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้เลย!”

เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นจนทะลุเข้าไปในห้องทำงานกระจกด้านใน ‘ผู้จัดการภพ’ ผู้จัดการสาขาวัยสี่สิบที่เคร่งครัดเรื่องกฎระเบียบ รีบผลักประตูเดินออกมาด้วยสีหน้าถมึงทึง เขาสวมสูทอาร์มานี่ สวมแว่นตากรอบทอง และมีบุคลิกที่ดูเย่อหยิ่งไม่แพ้ลูกน้อง

“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นพลอย! ทำไมปล่อยให้มีเสียงดังรบกวนลูกค้าท่านอื่น!” ผู้จัดการภพตวาด

“ผู้จัดการคะ! ก็ตาลุงบ้านนอกคนนี้น่ะสิคะ เอาเช็คปลอมยอด ‘ห้าพันล้าน’ มาขอฝากเข้าบัญชี พลอยไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป เสี่ยต้นจะให้เงินไปกินข้าวก็ยังหน้าด้านยืนเถียงอีก พลอยกำลังจะเรียก รปภ. มาโยนออกไปพอดีเลยค่ะ!” พลอยรีบฟ้องพร้อมกับยื่นเช็คใบนั้นให้ผู้จัดการ

ผู้จัดการภพรับเช็คมาด้วยความหงุดหงิด เขากะจะขยำทิ้งและไล่ตะเพิดชายชราตรงหน้า แต่ในวินาทีที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับกระดาษเช็ค… ลมหายใจของผู้จัดการภพก็สะดุดกึก!

เนื้อกระดาษหนาพิเศษ ลายน้ำของธนาคารแห่งชาติที่เรืองแสงสะท้อนตา รหัสความปลอดภัยโฮโลแกรมสามมิติที่มุมขวาล่าง… นี่ไม่ใช่เช็คของเล่น! มันคือเช็คสั่งจ่ายระดับ ‘ซูเปอร์เคลียร์ริ่ง’ ที่มีเพียงรัฐบาลหรือกลุ่มมหาเศรษฐีระดับท็อปของประเทศเท่านั้นที่มีสิทธิ์ออกได้!

แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของผู้จัดการภพหยุดเต้น ไม่ใช่จำนวนเงินห้าพันล้านบาท… แต่เป็น ‘ลายเซ็นผู้สั่งจ่ายและชื่อเจ้าของบัญชี’ ที่ประทับอยู่ด้านล่างของเช็คต่างหาก!

มือของผู้จัดการภพเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ แว่นตากรอบทองแทบจะร่วงหลุดจากสันจมูก ร่างกายของเขาเย็นเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้า เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามขมับ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองชายชราในชุดผ้าม่อฮ่อมเปื้อนโคลนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“ผ… ผู้จัดการคะ เป็นอะไรไปคะ หน้าซีดเชียว รีบฉีกเช็คปลอมนั่นทิ้งแล้วไล่มันไปสิคะ” พลอยยังคงพูดจาฉอดๆ โดยไม่รู้ชะตากรรม

“หุบปากเดี๋ยวนี้นังโง่!!”

ผู้จัดการภพตวาดลั่นสุดเสียงด้วยความโกรธจัดและหวาดกลัวสุดขีด เสียงตวาดนั้นดังก้องไปทั่วทั้งธนาคารจนพลอยสะดุ้งสุดตัว เสี่ยต้นที่กำลังยืนหัวเราะอยู่ก็หุบยิ้มทันที ลูกค้าไฮโซทุกคนหยุดชะงักและหันมามองเป็นตาเดียว ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน

ผู้จัดการภพไม่สนใจใครทั้งสิ้น ขาทั้งสองข้างของเขาอ่อนยวบ เขาก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ และทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดฝัน…

ตุบ!

ผู้จัดการสาขาที่เย่อหยิ่งที่สุด ทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นหินอ่อนอย่างแรง ก้มศีรษะลงต่ำแทบจะติดกับรองเท้าแตะหูคีบเปื้อนโคลนของลุงดิน มือที่สั่นเทาชูเช็คใบนั้นขึ้นเหนือหัวราวกับกำลังถวายของศักดิ์สิทธิ์

“ท… ท่านครับ… กระผมกราบขอประทานอภัยอย่างสูงสุดครับ! พนักงานของกระผมมันตาบอด มันโง่เขลาเบาปัญญาที่ไม่ทราบว่าท่านคือ… ท่านประธานบดินทร์ อินทรภักดี!”

เพล้ง!!

เหมือนมีเสียงฟ้าผ่าลงกลางธนาคาร! แก้วน้ำในมือของลูกค้าไฮโซคนหนึ่งร่วงแตกกระจาย พลอยตาเหลือกค้าง ขากรรไกรร่วงหล่นจนแทบจะติดอก เสี่ยต้นเซถอยหลังไปสามก้าวราวกับเห็นผี!

‘บดินทร์ อินทรภักดี’… ชื่อนี้ไม่มีใครในแวดวงธุรกิจและการเงินระดับประเทศที่ไม่รู้จัก! เขาคืออภิมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง เจ้าของเครือเจริญอินทรากรุ๊ป ผู้กุมบังเหียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และโทรคมนาคมของประเทศ! และที่สำคัญ… ที่ดินที่ธนาคารสาขานี้ตั้งอยู่ ก็เป็นของตระกูลอินทรภักดี! เขาคือบุคคลที่แม้แต่นายกรัฐมนตรียังต้องก้มหัวให้!

แต่ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เพราะท่านประธานบดินทร์ได้สละตำแหน่งบริหารให้ลูกชาย และปลีกวิเวกไปใช้ชีวิตทำไร่ทำนาอย่างสมถะในต่างจังหวัด เพื่อค้นหาความสงบในบั้นปลายชีวิต!

“ป… เป็นไปไม่ได้…” พลอยเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเริ่มคลอเบ้า ขาทั้งสองข้างหมดเรี่ยวแรงจนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นหลังเคาน์เตอร์ “ตาแก่บ้านนอกคนนี้… คือมหาเศรษฐีบดินทร์งั้นเหรอ…”

“หุบปากสกปรกของเธอเดี๋ยวนี้นะพลอย!” ผู้จัดการภพตวาดซ้ำทั้งที่ยังคุกเข่าอยู่ “ท่านประธานคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของธนาคารเรา! เงินห้าพันล้านนี่ท่านเพิ่งขายที่ดินผืนเล็กๆ ในพัทยาให้กลุ่มทุนต่างชาติ! เธอรู้ตัวไหมว่าเธอเพิ่งทำลายอนาคตของตัวเองและสาขานี้ป่นปี้หมดแล้ว!”

ลุงดิน… หรือท่านประธานบดินทร์ ค่อยๆ ดึงหมวกสานออกจากศีรษะ เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นแต่กลับแผ่ซ่านไปด้วยบารมีและอำนาจที่กดทับจนทุกคนแทบหายใจไม่ออก เขามองผู้จัดการภพ ก่อนจะปรายตามองพลอยและเสี่ยต้นด้วยสายตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง

“ตอนที่ฉันเดินเข้ามาด้วยเสื้อผ้าขาดๆ พวกเธอเรียกฉันว่า ‘ขยะบ้านนอก’…” น้ำเสียงของท่านประธานบดินทร์ดังกังวานและทรงอำนาจ “แต่พอเห็นกระดาษแผ่นเดียวที่มีตัวเลขและชื่อของฉัน พวกเธอกลับก้มหัวให้ฉันราวกับพระเจ้า… สังคมสมัยนี้มันน่าสมเพชขนาดนี้เชียวหรือ วัดคุณค่าของความเป็นคนกันที่เปลือกนอกและเศษกระดาษ”

ท่านประธานบดินทร์หันไปหาเสี่ยต้นที่ตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกตกน้ำ

“ส่วนเธอ… เสี่ยต้นใช่ไหม? ลูกชายของไพศาล อสังหาฯ?” บดินทร์เอ่ยชื่อพ่อของเสี่ยต้นออกมาอย่างแม่นยำ “ฉันจำได้ว่าเมื่อเดือนก่อน พ่อของเธอเพิ่งเข้ามากราบเท้าขอร้องให้บริษัทของฉันร่วมทุนโปรเจกต์คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำ เพราะบริษัทของพวกเธอหมุนเงินไม่ทันและกำลังจะล้มละลาย…”

เสี่ยต้นเบิกตากว้าง ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าท่านประธานทันที “ท… ท่านประธานครับ! ผมขอโทษ! ผมมันปากหมา ผมมันโง่! ได้โปรดอย่าถอนทุนเลยนะครับ ไม่งั้นครอบครัวผมพังพินาศแน่ๆ!”

บดินทร์เหยียดยิ้มเย็นชา “สายไปแล้วไอ้หนู คนที่ดูถูกเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่คู่ควรที่จะเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจกับฉัน… ผู้จัดการภพ!”

“ค… ครับท่าน!” ผู้จัดการภพขานรับเสียงหลง

“ฉันขอสั่งในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่…” บดินทร์ประกาศกร้าว “ข้อแรก ไล่พนักงานที่ชื่อพลอยออกตั้งแต่วินาทีนี้ และขึ้นแบล็กลิสต์ไม่ให้เธอทำงานในสถาบันการเงินใดๆ ในประเทศนี้ได้อีก! ข้อสอง ระงับการอนุมัติสินเชื่อทั้งหมดของบริษัทไพศาลอสังหาฯ และข้อสาม… โอนเงินห้าพันล้านบาทนี้เข้าบัญชีมูลนิธิเด็กกำพร้าและผู้ยากไร้ทั้งหมด ฉันไม่ฝากมันไว้ที่ธนาคารที่มีแต่พวกบ้าวัตถุแบบนี้หรอก!”

คำพิพากษานั้นเปรียบเสมือนดาบประหารที่ฟาดฟันลงมาอย่างเลือดเย็น!

“ไม่นะ!! กรี๊ดดด! ท่านประธานคะ หนูขอโทษ! หนูผิดไปแล้ว อย่าไล่หนูออกเลยนะคะ หนูยังมีหนี้บัตรเครดิต มีค่าผ่อนรถ!” พลอยกรีดร้องโหยหวน คลานเข่าออกมากราบแทบเท้าของชายชรา แต่น้ำตาของเธอไม่อาจลบล้างความจองหองที่เธอทำลงไปได้

ส่วนเสี่ยต้นหน้ามืดลมจับ สลบเหมือดล้มตึงไปกับพื้นหินอ่อน อนาคตของตระกูลเขาพังพินาศลงในพริบตาเพียงเพราะความปากดีและนิสัยเหยียดหยามคนที่ด้อยกว่า

บดินทร์ไม่แม้แต่จะปรายตามองเศษซากความพินาศของคนเหล่านั้น เขาสวมหมวกสานใบเก่ากลับเข้าที่ หยิบย่ามมอซอขึ้นพาดบ่า แล้วหมุนตัวก้าวเดินออกจากธนาคารไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้พนักงานและลูกค้าไฮโซทั้งสาขาต้องคุกเข่าก้มหน้านิ่ง เงียบกริบราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว

ที่ด้านนอกธนาคาร รถยนต์โรลส์-รอยซ์ แฟนทอม สีดำขลับที่ติดฟิล์มมืดทึบแล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาท บอดี้การ์ดในชุดสูทรีบลงมาเปิดประตูพร้อมกับโค้งคำนับ 90 องศา ชายชราในชุดม่อฮ่อมก้าวขึ้นรถไปอย่างเงียบๆ ทิ้งบทเรียนราคาแพงมหาศาลไว้เบื้องหลัง บทเรียนที่สอนให้คนรวยจอมปลอมได้รู้ซึ้งว่า… เสือที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องแยกเขี้ยวคำราม และขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มักจะซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่แสนจะธรรมดาเสมอ!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!